กระบวนการคิดสร้างสรรค์ของนักประดิษฐ์ท่าเต้นชาวอเมริกัน

ทไวลา ธาร์ป (Twyla Tharp) : นิสัยสร้างสรรค์สำคัญที่สุด


        ทไวลา ธาร์ป (Twyla Tharp) เป็นนักออกแบบท่าเต้นที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งในอเมริกา เธอเริ่มอาชีพนี้เมื่อปี 2508 (ค.ศ. 1965) ตลอดช่วงชีวิตที่รุ่งเรือง เธอได้สร้างสรรค์งานการเต้นระบำมากกว่า 130 เรื่อง ให้แก่คณะของเธอและคณะอื่น เช่น จอฟเฟรย์ บัลเลต์ (Joffrey Ballet) นิวยอร์กซิตี้บัลเลต์ (New York City Ballet) คณะโอเปราบัลเลต์ (Paris Opera Ballet) คณะบัลเลต์หลวงแห่งกรุงลอนดอน (London's Royal Ballet) และคณะบัลเลต์อเมริกัน (America Ballet Theatre) เธอทำงานกับงานเพลงของทุกคน ตั้งแต่ บาค (Bach) บีโธเฟน (Beethoven) และโมซาร์ต (Mozart) ไปจนถึงเจลลี่ โรล มอร์ตัน (Jelly Roll Morton) แฟรงค์ ซิเนตร้า (Frank Sinatra) และบรูซ สปริงสทีน (Bruce Springsteen) เธอเป็นคนแรกที่รวมการเต้นสมัยใหม่และบัลเลต์เข้ากับดนตรีเพลงป๊อป

        เธอร่วมสร้างภาพยนตร์กับไมโลส ฟอร์แมน (Milos Forman) ในเรื่อง Hair, Ragtime และ Amadeus ส่วนรายการโทรทัศน์ เธอกำกับเรื่อง Baryshnikov by Tharp ซึ่งได้รับรางวัลเอ็มมี อวอร์ดสองรางวัล เธอกำกับการแสดงละครเวทีบรอดเวย์เรื่อง Singin' in the Rain ซึ่งเรื่องนี้ได้รับรางวัลโทนีอวอร์ดในปี 2546 (ค.ศ.2003) ส่วนเรื่อง Movin' Out เธอจินตนาการโครงเรื่อง กำกับ และออกแบบท่าเต้นให้กับเพลงของบิลลี่ โจล (Billy Joel) เธอได้รับแมคอาร์เทอร์ เฟลโลชิพ (MacArther Fellowship) ได้เข้าเป็นสมาชิกใหม่ของสถาบันศิลปะและวิทยาศาสตร์อเมริกัน ในปี 2536 (ค.ศ.1993) และปี 2540 (ค.ศ.1997) ก็ได้รับเกียรติให้เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของสถาบันศิลปะและวรรณคดีอเมริกัน เธอจึงอาศัยและทำงานอยู่ในนครนิวยอร์ก

        ทไวลา ธาร์ปได้รับรางวัลเคนเนดี เซ็นเตอร์ อวอร์ด จาก ประธานาธิบดีบุช เมื่อปี 2551 (ค.ศ.2008) ซึ่งเทียบเท่ากับรางวัลศิลปินแห่งชาติของไทย

        ทอดด์ แซตเตอร์สเตน ผู้ร่วมเขียน “100 หนังสือบริหารธุรกิจที่ต้องอ่าน” กล่าวถึง The Creative Habit วรรณกรรมส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ระดับ Modern Classic ผลงานเขียนของเธอไว้ว่า “ความชอบในไอเดียบ้าๆ ที่ฟังดูยิ่งใหญ่ของผม มันบดบังทัศนะของผมจนหมด ครั้นพอได้อ่านหนังสือ The Creative Habit ของทไวลา ธาร์ป ผมจึงรู้ว่านวัตกรรมของบริษัทเทียบไม่ได้เลยกับความท้าทายของความแตกต่างทั้งหมด ผมอยากให้คุณหยุดสักนิดและช่วยพิจารณาแคมเปญการตลาด หรือการยกระดับเครื่องจักรที่คุณมีส่วนร่วมด้วยครั้งสุดท้าย หลังจากที่ทำเสร็จแล้ว คุณได้วัดผลลัพธ์โดยดูว่ายอดขายเพิ่มขึ้นเท่าไร เมื่อเทียบกับของคู่แข่ง แล้วเป็นอย่างไร หรือว่าพอจะเทียบเคียงกับภาพเขียนของปิกัสโซหรือประดิษฐกรรมของเอดิสันได้ไหม แอปเปิลสร้างผลงานเทียบได้กับกรณีหลัง และบางทีมันอาจถึงเวลาแล้วที่คุณจะทำแบบเดียวกัน”

        ทอดด์กล่าวต่อไปว่า "ธาร์ป นักออกแบบท่าเต้นผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของอเมริกา ใช้คำว่า Scratching แทนขั้นตอนของการสำรวจค้นหาความคิดใหม่ในช่วงแรก สาระสำคัญพื้นฐานที่เราควรจะคุ้ยเขี่ยออกมา ได้มาจากสิ่งที่เราประสบ เช่น การทบทวนความทรงจำแรกๆ การสนทนากับเพื่อนฝูง การสังเกตธรรมชาติ 'เลือกสะกิดสิ่งที่ดีที่สุด มันจะทำให้คุณภาพของไอเดียที่คุณตีแผ่นี้เพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ' สำหรับธาร์ปแล้ว เพลงที่เลือกอาจทำให้การเต้นที่เธอสร้างสรรค์ขึ้นมาเกิดหรือดับได้ทั้งนั้น โดยมีโมซาร์ต บีโธเฟน บราห์มส์ และไฮเดน เป็นตัวเลือกแรกๆ ของเธอ นอกจากนี้สหายที่คุณเลือกให้เข้ามาช่วยกันสะกิดก็มีส่วนกำหนดกระบวนการสร้างสรรค์ทั้งหมดเช่นกัน

        "เมื่อไอเดียสร้างสรรค์เบื้องต้นเหล่านี้เริ่มติดปีกบินแล้ว คุณต้องมีวิธีควบคุมหรือยึดมันไว้ให้ได้ด้วย ธาร์ปคิดว่า ทุกโครงการ เริ่มต้นจากกล่องกระดาษแข็งแรงธรรมดาใบหนึ่ง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอได้มาในระหว่างที่ดำเนินกระบวนการจะเข้าไปอยู่ในกล่องทั้งหมด เหมือนกับที่นักดนตรีจะสามารถจัดตัวโน้ตใส่ลงบนกระดานแต่งเพลง หรือนักวาดภาพประกอบวาดภาพโครงร่างในสมุดสเก็ตช์ภาพ ไม่ว่าเครื่องมือจะเป็นอะไร แรงบันดาลใจจะถูกรวมไว้ในที่ๆ หนึ่ง โดยปราศจากการจำกัดตัวเอง ของชิ้นแรกในกล่องแต่ละใบของเธอก็คือบัตรดัชนีสีน้ำเงิน ซึ่งระบุเป้าหมายของโครงการไว้ในนั้น เช่น โครงการแสดงชุด Movin' Out ในบรอดเวย์ เพิ่มเติมหนึ่งกล่องเป็นสิบเอ็ดกล่อง บัตรดัชนีเขียนไว้ว่า 'เล่าเรื่องราว' และทำให้การเต้นเป็นรายได้สำหรับนักเต้นและสิ่งของ อย่างเช่น รายชื่อแผ่นเสียงทั้งหมดของบิลลี่ โจเอล แผ่นก๊อปปี้ภาพยนตร์เรื่อง Saturday Night Fever และชุดเสื้อถักบรรจุอยู่ในกล่อง" ทอดด์สรุป

        ข้อคิดส่วนหนึ่งของธาร์ป

        ...ไม่ใช่เฉพาะศิลปินที่มีความคิดสร้างสรรค์ นักธุรกิจก็ต้องคิดสร้างสรรค์หาหนทางใหม่ๆ ปิดการขายให้ได้ วิศวกรก็ต้องพยายามหาทางแก้ปัญหา พ่อแม่ก็ต้องคิดสร้างสรรค์หาหนทางให้ลูกๆ มองโลกในหลายๆ มุม ฉันผูกติดอยู่กับงานสร้างสรรค์ ไม่หนึ่งอย่างก็หลายอย่าง ทั้งในสายอาชีพและชีวิตส่วนตัวทุกวันมานานกว่า 40 ปี ฉันมีข้อคิดมากมายเกี่ยวกับว่านักสร้างสรรค์หมายถึงอะไร จะเป็นนักสร้างสรรค์ที่มีประสิทธิภาพได้อย่างไร ฉันยังได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่เจ็บปวดในการทำงานสร้างสรรค์ที่แย่ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ฉันจะบอกคุณทั้งสองอย่าง และจะให้แบบฝึกหัดที่ท้าทายสมมติฐานเชิงสร้างสรรค์บางอย่างแก่คุณ เพื่อทำให้คุณยืดหยุ่น แข็งแกร่งขึ้น ทนทานขึ้น เมื่อได้ทำสิ่งเหล่านี้แล้ว คุณจะได้ยืดเส้นยืดสายก่อนออกวิ่ง ผ่อนคลายก่อนแก้ปัญหา ฝึกฝนก่อนลงแข่ง และจิตใจจะไม่เกิดความขัดแย้ง...

    อ่านเรื่องราวความคิดสร้างสรรค์ของ ทไวลา ธาร์ป ได้ในหนังสือ นิสัยสร้างสรรค์

ธัญญา ผลอนันต์