การเล่น (ต่อ)



ดร.สจ๊วต บราวน์
        ก่อนหน้านี้ได้เล่าถึง ดร.สจ๊วต บราวน์ (Stuart Brown) นายแพทย์ นักจิตแพทย์ และนักวิจัยเชิงประจักษ์ชาวอเมริกัน ผู้ก่อตั้งสถาบันการเล่นแห่งชาติ ( National Institute for Play) ไปแล้ว ฉบับนี้มาฟังบทสัมภาษณ์คุณหมอขี้เล่นคนนี้ดูบ้าง

        คำถาม : แล้วการมานั่งทบทวนประวัติการเล่นของตัวเองจะช่วยอะไรได้บ้าง?

        ดร. บราวน์ : ถ้าลองผู้ใหญ่ได้เริ่มขุดคุ้ยช่วงชีวิตที่สนุกสนายและน่าจดจำจากก้นบึ้งของความคิด อารมร์และภาพแห่งความทรงจำในเรื่องการเล่นก็จะหวนกลับมา และเป็นการเริ่มต่อสายกับสิ่งที่ก่อให้เกิดความสนุกสนานมีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง

        โดยปกติแล้ว อารมณ์ดิบของมนุษย์ เช่น พื้นอารมณ์ ความเฉลียวฉลาดและความเร่าร้อน เป็นการสะท้อนประสบการณ์การเล่นด้านบวกในวัยเด็ก ถ้าคุณเข้าใจเรื่องราวของอารมณ์อันบริสุทธิ์ของตนเอง คุณก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับวัยผู้ใหญ่ของคุณได้

        เมื่อได้ทำเช่นนี้ไปแล้ว บางคนก็อาจจะตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพไปทำงานที่ให้ความสนุกสนาน หรือทำให้ชีวิตมีชีวิตชีวามากขึ้น แทนที่จะทนทุกข์ทรมานการตรากตรำทำงานเพื่อความสำเร็จตามกระแสสังคมแบบเดิม ๆ อยู่ต่อไป


        คำถาม : ถ้าจะให้คุณยกประเด็นที่คุณค้นพบมาพูดในเรื่องการเล่นที่ยังคงเร้าใจอยู่เพียงอย่างเดียว คุณจะพูดเรื่องอะไร?
        ดร. บราวน์ : ก็คงจะเป็น เรื่องที่ธรรมชาติได้ออกแบบให้พวกเราชาวสายพันธ์ โฮโม ซาเปียน ให้พร้อมที่จะและจำเป็นต้องเล่นอย่างสม่ำเสมอตลอดอายุขัย สัตว์เลี้ยงลูกด้วนนมสายพันธุ์อื่นที่อยู่กันเป็นฝูง มีวัฏฏจักรชีวิตที่มีจ่าฝูงและลูกฝูง (เช่นฝูงลิงและสุนัขป่า) การเล่นของสัตว์จะลดลงเมื่อเจริญวัยขึ้น แต่เราชาวมนุษย์ในเชิงชีวภาพแล้วจะยังคงรักษาความกระชุมกระชวยไปจนถึงวัยไม้ใกล้ฝั่ง

        ที่กล่าวไปแล้วนั้น ผมหลายถึงวัยเด็กที่จำเป็นต้องพึงพาผู้ใหญ่ที่จัดว่ายาวนานมาก ซึ่งใช้ไปกับการเล่น แต่ไม่ได้จบสิ้นไปเมือเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ สภาพทางชีววิทยาของเรานับว่าแต่ต่างไปจากสัตว์โลกพันธุ์อื่น ความสามารถในการยืดหยุ่น สร้างความแปลใหม่และสำรวจสิ่งต่าง ๆ ยังคนมีอยู่ต่อไป ถ้าเราไปสกัดดั้นสิ่งที่ธรรมชาติออกแบบมาให้นี้แส้วไซร้ ผลร้ายก็จะตามมา

        ผู้ใหญ่ที่ไม่เล่นจะกลายเป็นไทยมุง พวกตามแห่ ทื่อทึ้ม ขาดอารมณ์ขัน ไม้รู้จักประชดชีวิต มองโลกในแง่ดีไม่เป็น และตามปกติก็จะตอบสนองต่อความเครียดด้วยความรุนแรงหรือความซึมเศร้าบ่อย ๆ กว่าผู้ใหญ่ที่ยังคงเล่นอยู่เมื่อโตแล้ว

        ในโลกที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงใหญ่อย่างต่อเนื่อง (อย่างเช่นที่เราเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน) มนุษย์คนใดที่ใช้จินตนาการที่มีรากฐานมาจากแรงบันดาลใจในการเล่นและหลบหลีได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว ก็จะมีโอกาสอยู่รอดปลอดภัยมากกว่า เราต้องใช้เวลาวิวัฒนาการนับล้าน ๆ ปี ที่สั่งสมธรรมชาติของการขี้เล่นนี้มาจนถึงปัจจุบัน เราจึงต้องน้อมรับสิ่งที่เราออกแบบมาให้เป็นเช่นนี้

        คำถาม : นักเล่นคนโปรดของคุณคือใคร และทำไมคุณจึงโปรดปรานนักเล่นคนนี้?
        ดร. บราวน์ : ผมถือว่าหลานตา ลีโอ เป็นสุดยอดเพื่อนเล่นอันดับหนึ่ง เพราะความขี้เล่นอย่างมีชีวิตชีวาของเขา เขามีอารมณ์ขันมาแต่กำเนิด กระกายใคร่รู้ไปเสียทุกเรื่อง เห็นอะไรเป็นเล่นไปหมด ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอย่างบริสุทธ์ ทำเอาผมติดจนงอมแงม อยู่กับเขาผมลืมเดือนลืมตะวันไปเลย สนุกสนามเต็มที่ ลืมตัวไปเลย และเอบอวนไปด้วยความรัก

       แต่ถ้าจะให้ผมรำพึงออกมาดัง ๆ ผมคงพูดว่าพระเจ้าคือนักเล่นคนโปรดของผม พระองค์ประทานกระบวนการดู ๆ ก็ไม่น่าจะเป็นเรืองจำเป็น แต่ก็ล้าเลิศให้กับจักรวาล แล้วให้มนุษย์อย่างเราได้เอามาใช้

        ทั้งหมดนี้ก็เป็นผลงานและความคิดของ ดร.สจ๊วต บราวน์ สำหรับผู้อ่านที่สนใจเรื่องการเล่นที่สามารถใช้ได้ทั้งครอบครัว ตั้งแต่เด็กอายุ 12 ขวบไปถึงคุณลุงอายุ 60 ไปจนถึงคุณปูวัย 80-90 ก็เชิญลองสัมผัสกับอนิตยสารชุด ใช้หัวเล่น ซึ่งยอกคล้องกับแนวความคิดของ ดร.สจ๊วต บราวน์ เพียงแต่เน้นเฉพาะเกมที่เล่นบนกระดาษ เพื่อช่วยฝึกสมองของท่านและครอบครัว

ธัญญา ผลอนันต์